อาจารย์ นภพงศ์ กู้แร่ ศิลปินภาพพิมพ์และอาจารย์สอนศิลปะภาพพิมพ์ วิทยาลัยช่างศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbusho) ไปศึกษาต่อทางด้านศิลปศึกษา และภาพพิมพ์จากกระทรวงศึกษา ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1998 – 2000 มีผลงานจัดแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นมากมาย ผลงานที่มีชื่อเสียงอย่างมาก คือ นิทานภาพเรื่องคาวี และ นิทานภาพ เรื่อง ตำนานความมืด

เด็กไทยกับเด็กญี่ปุ่นมีความคิดด้านศิลปะแตกต่างกันไหม

แตกต่างกันมากเหมือนกัน เกิดจากสองสาเหตุ ประการแรก คือ ครูที่สอนบ้านเรา ส่วนใหญ่แล้วจะรู้สึกว่า พอเราไม่ได้จบศิลปะมา ครูก็จะกลัว ไม่กล้าถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก กลัวจะสอนไม่ได้ พอครูกลัวเด็ก ก็เลยปลูกฝังแนวคิดการสร้างสรรค์ไม่ได้ ถ่ายทอดไม่ได้ ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่น คนสอนไม่จบศิลปะก็สามารถสอนได้  เป็นการสอนแนวคิดสร้างสรรค์ จะปล่อยให้เด็กไปทำเต็มที่ ให้รับรู้ถึงประสบการณ์ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก เมืองไทยขาดครูสอนศิลปะ ปัจจุบันคนเรียนศิลปะมีอยู่น้อย เป็นค่านิยมที่ว่า ต้องสมองไม่ค่อยดีถึงมาเรียนศิลปะ คนเรียนศิลปะต้องเรียนไม่เก่ง ปัจจุบันดีขึ้น แต่ตอนรุ่นผมเนี่ย พอสมองไม่ดี จับส่งเรียนศิลปะหมด ถ้าเรียนเก่งหน่อย ก็ต้องเรียนสถาปัตย์ฯ ต้องเป็นคนที่รักด้านศิลปะจริงๆ

ประการที่สอง คือ เด็กญี่ปุ่นพอปล่อยให้ทำอะไร เค้าจะคิดเองหมด ถูกสอนให้คิด เด็กญี่ปุ่นช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าเด็กไทย เด็กไทยโตแล้วพ่อแม่ยังอุ้มอยู่เลย เด็กญี่ปุ่นไปโรงเรียนเองตั้งแต่ตอนเช้ากลับเอง เดินกันเป็นแถว ไม่ได้นั่งรถโรงเรียน หรือพ่อแม่ไปรับ เด็กดูแลตัวเองได้ตั้งแต่เล็กๆ ในแง่ศิลปะนั้นเด็กญี่ปุ่นเลยสร้างสรรค์ได้เต็มที่ ไม่ถูกจำกัดว่า อย่าทำอย่างนี้นะ มันผิด ปล่อยให้เด็กทำเลย สุดท้ายค่อยมาถามเด็กว่า ชอบงานตัวเองไหม อยากแก้ไขตรงไหนบ้าง มีความสุข สนุกสนานไหม ให้แสดงความคิดเห็นตอนสุดท้าย

ค่านิยมทางศิลปะของคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นชื่นชมศิลปะ ถ้าอย่างบ้านเรามีการจัดงานแสดงศิลปะ ไม่ค่อยมีคนดูงานศิลปะ ถ้าที่ญี่ปุ่นคนสนใจดูงานศิลปะและให้ความศรัทธากับงานศิลปะเยอะมาก เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์จะไปเข้าชมรมเขียนรูปเพื่อซึมซับอารมณ์ทางศิลปะ ต่างที่ศิลปินญี่ปุ่นมีชีวิตอยู่ได้ด้วยอาชีพนี้ พูดได้เต็มปากว่า เค้าเป็นศิลปิน อย่างผมไม่กล้าเรียกตัวเองว่า ศิลปิน เพราะผมเป็นครู ยังยึดอาชีพสอนหนังสืออยู่ คนเขียนรูปที่ญี่ปุ่นเป็นศิลปินจริงๆ ศิลปินบ้านเรา 80% ต้องมีงานประจำทำ อย่างเช่น เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นครูประถม-มัธยม ส่วนใหญ่เป็นครูและค่อยก็มาทำงานศิลปะ แต่ที่ศิลปินญี่ปุ่นยึดเป็นอาชีพได้เลย พอทำผลงานเสร็จ เอามาจัดแสดง ขายงานศิลป์ได้ คนญี่ปุ่นชอบซื้องานศิลปะ ต่อให้ที่บ้าน เป็นบ้านเช่า ในแต่ละห้อง เค้าจะภูมิใจมากถ้ามีงานศิลปะติดอยู่ สังคมญี่ปุ่นเป็นยังงั้น มีคนพูดว่า คนญี่ปุ่นอิ่มท้อง พอมีอันจะกิน การเสพศิลปะเป็นเครื่องช่วยบำรุงจิตใจ

นิทานภาพ เรื่อง คาวี

กรมศิลปากรมองว่า นิทานไทย เด็กไทยไม่ค่อยรู้จัก รู้จักแต่พวกนิทานต่างชาติ เรื่องคาวีคนรู้จักน้อย เริ่มต้นทำยังไงให้คนรู้จักก่อน มี 4 เล่ม 4 ภาค ได้รางวัล คือ ภาคแรก เขียนออกมาแล้ว ชาวบ้านมองว่า ไม่เป็นการ์ตูนไทย เป็นงานภาพพิมพ์ผสมเขียนไปแล้ว  นิทานภาพเรื่อง “คาวี” โดยกรมศิลปากร ผลิตเป็นอักษรเบรลล์ประกอบเพื่อเด็กด้อยโอกาสและผู้พิการทางสายตา สามารถอ่านร่วมกับผู้ที่มีสายตาปกติได้เรียนรู้ร่วมกัน นิทาน ภาพคาวี กรมศิลปากรได้นำเค้าโครงมาจากเรื่องเสือโคคำฉันทน์ แต่งโดยมหาราชครู ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มาปรับปรุงเป็นนิทานที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับเด็ก
นิทานภาพคาวี มีภาพประกอบทั้งสิ้น 127 ภาพ แบ่งเป็น 4 เล่มจบ ผมได้รับเชิญให้นำต้นฉบับของภาพไปแสดงที่หอศิลป์ OSHIMA ประเทศญี่ปุ่น ถึง 2 ครั้ง และได้รับยกย่องให้ได้รับรางวัลภาพต้นฉบับนิทานภาพยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จากประเทศญี่ปุ่น ปี 2547 ครับ

เรื่องราวของคาวี เป็นเรื่องราวของครอบครัวเสือ คือหลวิชัย และครอบครัววัว คือ คาวี

ทั้งสองได้กระทำมาตุฆาตุ ดังนั้นฤาษีจึงร่ายมนต์ให้กลายป็นคน หลังจากนั้นเป็นเรื่องการผจญภัยของทั้งสอง น่าอ่าน น่าติดตาม ภาพสวย หนังสือนิทาน คาวี ได้มอบไห้กับห้องสมุดทั่วประเทศตามโรงเรียนต่างๆ ท่านใดต้องการลองสอบถามและขอได้ที่กรมศิลปากร

นิทานตำนานความมืด

นิทานสอนคนตาดี และตาบอด เรื่องของความสัมพันธ์และภราดรภาพ ในการอยู่ร่วมกันบนโลกใบเล็ก ใบเดียวกัน นิทาน อีกเรื่องที่ผมสร้างสรรค์ขึ้น เป็นเรื่องราว ที่มา เกี่ยวกับ ความมืด และแสงสว่าง สาเหตุมาจากผมเคยไปสอนศิลปะให้กับผู้พิการและด้อยโอกาสในสังคม อาทิ คนตาบอด คนพิการทางร่างกาย และเด็กจรจัดย่านถนนสุริวงศ์ พัฒนพงศ์ ฯลฯ

ในครั้งนั้นผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้พิการทางสายตา ปรารภว่า อยากอ่านนิทานกับคนครอบครัว คือ พี่ชายสายตาปกติ ให้ผมแต่งนิทานให้อ่านหน่อย ผมได้คุยเรื่องนี้กับรองอธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น ( ในปัจจุบันคือ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ) ท่านได้ทำโครงการ นิทานสำหรับคนตาบอด คือนิทานเรื่อง “คาวี” ผมทำนิทานเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว และได้คิดทำนิทานเรื่องนี้ คือ ตำนานความมืด เป็นนิทานที่เด็กพิการสามารถสัมผัสภาพได้ คนสาตาปกติสามารถมองเห็นภาพได้ สามารถอ่านนิทานร่วมกันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ดี

เรื่องเริ่มที่ “สมัยก่อนโลกเรายังมืด มองเห็นเลือนราง รูปทรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม เส้น

ยาว เส้นสั้น แต่สามารถสัมผัสได้ ในทะเลก็มืด ในป่าและท้องฟ้าก็มืด วันหนึ่งฝนตกหนักเบาใม่หยุดพัก ความมืดกลัวฝนหลบหนีหาย โลกกลับกลายมีสีสัน สว่างสดใส มองเห็นได้ สัมผัสได้ แต่บางสิ่งยังคงมีขาว และดำ ระวัง! ความมืดจะมาเยือนและคงอยู่กับเรายามราตรี นี่คือเหตุผล ทำไมมีขาว ดำ กลางวัน และกลางคืน”
นิทานภาพความมืด ได้รับรางวัลที่ 3 จากการส่งประกวด INTERNATIONAL HANDMADE PICTURE BOOK COMPETITIONที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2547 ประเภทนิทานหนังสือทำมือ HANDMADE PICTURE BOOK เขียนภาพด้วยเทคนิค ภาพพิมพ์ และพิมพ์นูน คนตาบอดสามารถสัมผัสได้

งานภาพพิมพ์ คืออะไร

งานศิลปะอย่างหนึ่งแบบสองมิติ ผลงานภาพพิมพ์นั้น ศิลปินสร้างผลงานโดยถ่ายทอดแนวความคิด อารมณ์ ความรู้สึก โดยผ่านสื่อ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์เสียก่อน เช่น ไม้ โลหะ หิน หรือกระดาษ เป็นต้น ทั้งนี้ผ่านกระบวนการในการสร้างแม่พิมพ์ด้วยเทคนิค และวิธีการต่างๆกัน เช่น AQUATINT ; DRYPOINT ; ETCHING ; LITHOGRAHY ; MEZZOTINT ; SERIGRAPHY ; MONOTYPE ; ENGRAVING และ WOODCUT ฯลฯ  ผลงานที่สร้างจากแม่พิมพ์เดียวกัน ถือเป็นผลงานทุกชิ้นที่มีคุณภาพเท่ากัน งานหนึ่งชิ้นสามารถทำออกมาหลาย copy ทำเป็นแม่พิมพ์อันเดียว ผ่านระบบการพิมพ์ออกมา หลักจริงๆอยู่ที่การทำแม่พิมพ์ ในหลักงานศิลปะ แม่พิมพ์หนึ่งอัน Copy งานศิลปะไม่เกิน 50 ชุดแล้วแต่ความนิยมและเทคนิคการทำด้วย แต่ถ้าเป็นงานเพ้นท์ คือ มี original ชิ้นเดียวจบ แต่ในงานผมจะใช้เทคนิคภาพพิมพ์ผสมกับการเขียนสีอะครีลิกเพิ่มเข้าไป เกิดแนวคิดทำนิทานให้เด็กตาบอดที่สามารถสัมผัสรูปได้ด้วย อ่านอักษรเบรลล์ไป ดูรูปได้ด้วย

มีวิธีสอนศิลปะคนตาบอดไหม

ผมเคยไปสอนสมาคมผู้พิการแห่งประเทศไทย คนตาบอดที่มาเรียนศิลปะหรืออ่านอักษรเบรลล์ ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนตาบอดสนิท สามารถมองเห็นอะไรรางๆ ไม่ใช่มืดสนิทเลย สามารถทำงานศิลปะได้โดยต้องพยายามใช้ลักษณะพิเศษของคนตาบอด คือ การสัมผัสซึ่งจะทำให้คนตาบอดได้เรียนรู้ศิลปะ

มีโอกาสไปสอนศิลปะที่ญี่ปุ่น

สอนอุดมศึกษา สอนอนุบาล โรงเรียนคนพิการ ผลมาจากการได้รับรางวัลจากนิทานคาวี สอนโรงเรียนคนพิการ3 ปี จบจากมหาวิทยาลัย toyama

อาจารย์นำศิลปินไทยไปแสดงนิทรรศการภาพที่ tateyama

เกิดจากอาจารย์กมล สุวุฒโฑ มีแนวคิดไม่เหมือนใครที่ว่า ส่วนใหญ่แล้วญี่ปุ่นจะมาแสดงบ้านเรา เราน่าจะเอางานเราไปเผยแพร่บ้าง มีศิลปินแห่งชาติหลายคน สวัสดิ์ ตันติสุข พิชัย นิรันทร์ นนทิวัฒน์ จันทนัทฤทธิ์ ธงชัย รับปทุม ศิลปินไทย 33 คน ศิลปินญี่ปุ่น 19 คน จัดแสดง 1 อาทิตย์ คนดูพันกว่าคน ทั้งที่เป็นช่วงพายุหิมะตกหนัก มีทั้งหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์มาสัมภาษณ์มากมาย เป็นนิทรรศการที่เป็นข่าวดังในแถวภาคเหนือเลยทีเดียว

แนวคิดสำหรับเด็กที่สนใจศิลปะ
แรงบันดาลใจของผมมาจากพี่สาวที่ชอบทำหนังสือการ์ตูน เอากระดาษสมุดเหลือๆมา ผมบอกพี่สาวผมว่า ผมได้ดีเพราะเค้าจริงๆ พี่จะเขียนการ์ตูนเป็นเรื่องๆให้เราอ่าน เราก็ติดตาม ตื่นเต้นมาก พออ่านจะจบเล่ม จะมีคำถามให้ทาย ทายเสร็จก็มารับรางวัล ลูกอมเม็ดหนึ่ง แต่เราอ่าน แล้วเราก็รอว่า เมื่อไรพี่สาวจะเขียนอีก เสียดายที่ไม่ได้เก็บไว้ เลยทำให้เด็กๆเราชอบเขียนรูป แต่ในช่วงมัธยมเราก็ทิ้งมันไป ไม่ได้วาดต่อ จนวันหนึ่งเพื่อนชวนสอบเข้าช่างศิลป์และสอบได้ จึงได้รู้ว่า เราถนัดด้านศิลปะจริง (ทั้งที่จริงอยากเป็นเจ้าหน้านที่ป่าไม้) ถือว่า เป็นคนที่โชคดีที่ได้ศิลปะโดยไม่มีใครยัดเยียดให้เรา เราเป็นเรา มีจินตนาการโดยที่เราไม่ต้องมีต้นแบบจากใครมาก

อีกแนวหนึ่ง คือ เด็กสมัยใหม่ พ่อแม่เห็นลูกชอบเขียนรูป วาดการ์ตูน (แต่ไม่รู้ว่าชอบจริงไหม พฤติกรรมของเด็กส่วนใหญ่ชอบเขียนรูปอยู่แล้ว) เด็กมีจินตนาการ เด็กชอบถ่ายทอดผ่านการวาดรูป แต่ไม่รู้ว่าชอบจริงรึเปล่า พ่อแม่จะชอบคิดให้ว่า ลูกเราชอบแน่นอน ส่งไปเรียนกวดวิชาศิลปะ จะติดจินตนาการจากอาจารย์ที่โรงเรียน พอมีแข่งประกวด ประกวดชนะ จะคิดว่า วาดแบบนี้ซิถึงจะได้รางวัล เป็นการ copy ตัวเองขึ้นมา ส่งกี่ครั้งก็แบบนี้ กลายเป็นว่า ที่เด็กทำ เป็นงานศิลปะจริงรึเปล่า เด็กไม่ได้ทำด้วยความสุขใจ ถ้าเราเขียนรูปเพื่อความคาดหวังว่า ต้องได้รางวัล ถ้าอย่างผม ผมเขียนรูปด้วยความชอบก่อน ถ้าจะส่งค่อยว่ากัน แนวคิดไม่เหมือนกัน

แรงบันดาลใจด้านศิลปะ จริงๆแล้วเกิดจากความชอบของเด็ก ต้องหาตัวเอง ถ้าพ่อแม่คาดหวังให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้คงลำบากสำหรับเด็ก ไม่ใช่เฉพาะศิลปะแต่เป็นแทบจะทุกแขนง

ติดตามผลงานของอาจารย์ นภพงศ์ กู้แร่ ใน UNDO MAGAZINE ในฉบับต่อๆไปครับ

Download –> UNDO Magazine
Youtube –> UNDO Magazine

Editor in Chief – UNDO Magazine

Related posts:

เจตมนต์ มละโยธา | นักร้อง นักแต่งเพลง | Penguin Villa
Canoon - the king of uke - ukulele
หมอฟ้า | โครงการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก
ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ | Cee Me Again
ครูพายุ ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม : โครงการสอนว่ายน้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ
อานนท์ ธิติประเสริฐ World Latte Art Championship (Ristr8to)
ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ กับเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาสิ่งแวดล้อม
ละอองฟอง : Wind up city
Iannnnn : f0nt.com & fail.in.th
SRINLIM - ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์
Computer arts and me : เรื่องเล่าดีๆ จากผู้หญิงที่มีชื่อว่า ณัฐจรัส เองมหัสสกุล
ฮิกาซีน
ทรงกลด บางยี่ขัน : บ.ก. aday
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล : พื้นที่ชีวิต
Frank นัฐพงษ์ สุทธิวิรีสรรค์ A&R ผู้คัดสรรและพัฒนาศิลปิน

Comments

comments