undomag.com, undomagazine, undomag

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
อ่านเรื่องชีวิตนักเรียนในต่างประเทศมาก็มาก เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจกันเลยทีเดียว ว่า ซักวัน เราจะต้องไปเรียนเมืองนอกให้ได้ และประเทศที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กก็แน่นอนละครับ เป็นใคร ใครจะอยากจะเดินตามรอยเท้าพ่อกันทั้งนั้น “อเมริกา” นั่นเองครับ
ด้วยความที่พ่อพูดฝังหัวมาตั้งแต่เด็ก และโดนดูถูกมาตั้งแต่เด็กอีกเช่นกัน หน้าอย่างงี้เหรอจะเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้, แค่ลูกชาวสวน จะไปเรียนเก่งได้ไง, บลา ๆๆๆๆ ผมไม่ได้น้อยใจเลยครับ ที่เกิดมาเป็นลูกของเกษตรกร กลับภูมิใจซะอีก ที่พ่อเราเป็น หนึ่งใน “กระดูกสันหลัง” ของชาติ ไม่ใช่ “รากหญ้า” แต่อย่างใด…

เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ผมอ่าน ส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิต ไปเที่ยว เรียน ทำกิจกรรมซะเป็นส่วนใหญ่… แต่ไม่ค่อยจะเห็นใคร เขียนถึงเรื่องที่ตัวเองทำวีรกรรมเอาไว้ ซักเท่าไหร่นัก
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า…ตั้งแต่เข้าเรียนปริญญาตรี เรียนหนัก แถมยังขี้เกียจ บ้ากิจกรรม ความคิดที่จะเรียนต่อเริ่มจางหายไปเรื่อย ๆ แต่พอหลังจากฝีกงาน ถึงได้รู้ว่า เดี๋ยวนี้ ปริญญาตรีมันไม่พอซะแล้ว… ความคิดที่จะเรียนต่อเลยเริ่มกลับมาอีกครั้ง… หลังจากเรียนจบ พยายามสอบ TOEFL สอบ GRE (สำหรับสายวิทย์ส่วนใหญ่ เวลาจะสมัครเรียน จะต้องใช้คะแนน GRE ประกอบ) ระหว่างทำงาน ก็ยื่นใบสมัครเข้าเรียนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้าย ก็ยังไม่มีมหาวิทยาลัยไหนตอบรับ พ่อเลยบอกว่า งั้นไปเรียนภาษาก่อนละกัน แล้วสอบใหม่ ให่้ได้คะแนนดี ๆ เรียนภาษาที่อเมริกา ยังไงซะมันก็จำเป็น เพราะเราจะต้องปรับตัว มันต่างจากเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองไทยมาก…

undomag.com, undomagazine, undomag

ไป ๆ มา ๆ ก็เลยได้มาเรียนภาษาที่เมือง Atlanta รัฐ Georgia ซึ่งอยู่ทางใต้ของอเมริกา เพราะมีญาติ อยู่ที่นั่น…ตอนก่อนจะมา เพื่อนถามหลายคน ว่าจะไปเรียนภาษาที่ไหน พอบอกไปว่า Georgia ทุกคนจะคิดไปถึงประเทศจอร์เจีย ทางแถว ๆ รัสเซีย โน่น…แล้วก็ตกใจกันยกใหญ่ ตอนนั้นส่วนใหญ่เลยต้องบอกว่าไป Atlanta คนรู้จักมากกว่า เพราะเคยจัดกีฬา Olympic ตอนวันที่ขึ้นเครื่อง ญาติ ๆ มาส่งกันเพียบ พ่อแม่พี่น้อง มากันหมด ยิ่งมาเยอะ ใจหายมากครับ… แทบร้องไห้ แต่อาย เลยกลั้นเอาไว้ หลังจากเดินเข้า Gate ก็ตามคนอื่นไปเรื่อย ๆ ครับ หวังว่า…คงจะเจอใครซักคน ที่ไปอเมริกาเหมือนกัน… แต่โชคร้ายครับ flight นั้นนอกจากจะ ไม่ค่อยมีคนไทยแล้ว คนส่วนใหญ่ ยังไปลงที่เกาหลี กันหมด… การเดินทางก็เรียบร้อยดีครับ จากไทยไปเกาหลี ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย ออกเดินทาง flight ดึก ก็หลับยาวครับ ตื่นมาก็ถึงท่าอากาศยาน Incheon ที่เกาหลีละ

แต่จากเกาหลีไปอเมริกาเนี่ยสิ มีปัญหากับเรื่องการเลือกอาหารมาก ๆ แอร์โฮสเตจที่เป็น คนเกาหลี (น่ารักมาก) พอเห็นผมทีไร ทำไมซัดแต่ภาษาเกาหลีใส่ทุกที ทุกคนเหมือนกันหมดเลยจริง ๆ หน้าผมก็ไม่ได้ออกไปทางหนุ่มเกาหลีเลย ออกจะจีนปนลาวซะมากกว่า (ฮา) โดยเฉพาะเวลาที่เอา อาหารมาให้ ผมได้แต่ตอบไปว่า “ไอ แค้น อันเด้อ สะแตน คอเรียน” หรืออีกนัยก็ ผมไม่เข้าใจภาษาเกาหลี… หลังจากนั้นปัญหาเกิดอีกครับ เพราะทุกมื้อ จะมีอาหารสองอย่างให้เลือก บางมื้อเป็นอาหารเกาหลีทั้งสองอย่าง…เอาละสิ ชื่ออาหารดันเป็นภาษาเกาหลีอีก… หรือว่าจริง ๆ มันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ภาษาผมไม่แข็งแรง เลยฟังเป็นภาษาเกาหลีมันซะเลย… เลยได้แต่ชี้เอา แบบว่า… ขอแบบคนข้าง ๆ กลายเป็น เมนูเหมือนคนข้าง ๆ ตลอดทั้งเที่ยวบิน เหมือนจะฮา แต่ฮาไม่ออกเลยครับ เพราะ มันจะมีของเผ็ดหนึ่งอย่าง ตามสไตล์เกาหลี และของที่ไม่เผ็ดอีกอย่าง บางมื้อก็เป็นอาหารเกาหลี บางมื้อก็ไม่ใช่ โชคร้ายมาเยือนครับ ผมไม่ทานเผ็ด…ถ้า Jackpot แตก เจอเมนูเผ็ด กว่าจะกินหมด แทบร้องไห้กันเลยทีเดียว… สั่งใหม่มันก็เปลืองเงินอีก ก็เลยต้องทน…
เที่ยวบินมาถึง Atlanta, Georgia อย่างราบรื่น ไม่มีตกหลุมอากาศให้ตื่นเต้นแต่อย่างใด (ก่อนมาดู Series เรื่อง Lost โคตรจะกลัว เครื่องบินตก lol) หลังจากลงจากเครื่องบินก็โทรศัพท์ หาลูกพี่ลูกน้อง

undomag.com, undomagazine, undomag
“ถึงแล้วเหรอ เดินตามทางมาเรื่อย ๆ นะ แล้วขึ้นรถไฟมาผ่าน Concourse A แต่ยังไม่ต้องลงนะ ให้มาลงที่ Baggage Claim เลย”
“ครับ” ตอบรับอย่างมั่นใจ วางโทรศัพท์เสร็จท่องเพื่อ Confirm อีกที…”นั่งรถไฟผ่าน Concourse A ไป แล้วลงที่ Baggage Claim” อืมมมม เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟ…Concourse C…B…A… เอาวะ ใกล้ละ…พอจอดปุ๊ป คนลงที่นี่กันหมดทั้งตู้เลย… ใจหายนะสิครับ ด้วยความตกใจ นึกอีกรอบ มันกลายเป็น “ลงที่ Concourse A นะ แล้วเดินไป Baggage claim” ว่าแล้วก็รีบเดินตาม คนอื่นลงจากรถ ก็เห็นป้าย Baggage Claims…
เชื่อไหมครับ…มันเดินไกลมาก ประมาณสองป้ายรถไฟ…เดินสะพายกระเป๋ากล้อง กระเป๋าเป้ อย่างหนักเลยครับ เดินประมาณเกือบ 20 นาที ถึงจะถึง หลังจากนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่น รับกระเป๋า ขึ้นรถ ตื่นเต้นมาก อากาศร้อนกว่าที่คิด แสบผิวมาก ๆ ครับ อากาศมันแห้ง ๆ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถ กลับบ้านครับ ถึงซะที ดินแดนแห่งเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา…กว่าจะมาถึงได้ ยังมีเรื่องวุ่น ๆ ขนาดนี้…ไม่ต้องบอกเลยครับว่าหลังจากนี้จะขนาดไหน…ยังไงขอพักไว้ก่อนละกันครับ มาต่อกันอีกที โอกาสหน้า…

photo & story by Rawin Cheasagul

Download –> UNDO Magazine
Youtube –> UNDO Magazine

Editor in Chief – UNDO Magazine
ชอบการท่องเที่ยว ดนตรียุค 90’s เก็บตกความเปลี่ยนแปลงของโลก

Comments

comments