A&R Executive เป็นตำแหน่งงานที่ไม่คุ้นหู นึกไม่ออกว่า งานที่ต้องทำ คือ อะไร แต่ถ้าเราพูดถึง ฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปิน ฟังแล้วเป็นอาชีพที่น่าสนใจว่า คนทำงานด้านนี้มีแนวคิดยังไงในการเลือกสรรศิลปิน จน UNDO Magazine ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พี่แฟรงค์ นัฐพงษ์ สุทธิวิรีสรรค์ A&R Executive ของค่ายเพลง Believe Records

Frank นัฐพงษ์ สุทธิวิรีสรรค์, A&R, ผู้คัดสรรและพัฒนาศิลปิน, believe records, undomag.com, undomag, undomagazine

A&R (Artist & Repertoire) หรือฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปิน คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง
ตำแหน่งจริงๆ มันแบ่งเป็น AR และ A&R เริ่มต้นในการทำงานจริงๆ ตำแหน่งของพี่ คือ AR เป็นคนดูแลศิลปินเวลาออกงาน Event และงาน Concert ต่างๆ แต่ทุกวันนี้ตำแหน่งที่ทำอยู่ คือ A & R
มีหน้าที่ในการคัดสรรและพัฒนาศิลปิน จะเริ่มตั้งแต่ศิลปินยังไม่มีอะไรเลย เริ่มเข้าห้องอัด ทยอยส่งเพลง ทำเกี่ยวกับ Production ทั้งหมดในการทำเพลง เราจะเป็นคนคอยดูแลและจัดการให้ตั้งแต่ต้นจนจบ

ในค่าย Believe Records จะมีอยู่สองคน คือ พี่บอล วง Scrubb (A&R Director) และพี่เองเป็น
A&R Excecutive คอยช่วยพี่บอลอีกที เวลาเด็กส่ง Demo เพลงหรือเวลาที่เราไปเห็น เจองานเพลงตามงานประกวดต่างๆ ก็จะเอาเพลงมาฟังกัน พอดูแล้ววงนี้น่าสนใจ พี่จะเรียกเข้ามาพูดคุยถึงแนวทางการทำเพลงและแนวทางของค่าย ถ้าโอเค พี่ก็จะมีทำหน้าที่จัดคิวเข้าห้องอัด ส่งเพลงวันไหน เนื้อร้อง ทำนองโอเคไหม จนถึงขั้นตอนเข้าห้องอัดทำเพลง Music Production เป็นคนจัดการทุกอย่างของวงนั้นๆ เรียกว่า เป็นคนวาง Timeline อัลบั้มของศิลปินทั้งปี ตั้งแต่ช่วงเข้าห้องอัดจนถึงวันวางอัลบั้ม เหมือนเป็นด่านแรกเวลาศิลปินเข้ามาในสังกัด Believe Records
และจะเป็นคนคอยรับงาน ดูคิวงานของศิลปินทั้งหมดในค่าย

จุดเริ่มต้นที่ทำให้มาเป็น A&R
จุดเริ่มมาจากพี่เป็นคนชอบฟังเพลง ประกอบกับความโชคดีอย่างหนึ่งที่ได้รับโอกาสฝึกงานที่ค่าย
Black Sheep เป็นค่ายเพลงอิสระ ในสังกัดของ Sony Music ส่วนตัวพี่ชอบวิธีนำเสนอเพลงของศิลปินค่ายนี้ มันดูใหม่ในยุคนั้นมากๆ และพี่วางแผนชีวิตไว้แล้วว่า อยากทำงานเกี่ยวกับเสียงเพลง โชคดีที่มีรุ่นพี่ในคณะคนหนึ่งฝึกงานและได้ทำงานที่นี่ ช่วงนั้นประมาณ ปี 3 เทอม 2 เลยขอพี่เค้าไปฝึกงานโดยที่ไม่มีความรู้ทางด้านสายงานเพลงเลยซักนิด คิดแค่ว่า เป็นคนชอบฟังเพลง อยากหาประสบการณ์ชีวิต ด้วยระยะเวลาฝึกงานแค่ 1 เดือน โชคดีอีกอย่างของพี่ คือ เป็นเด็กฝึกงานเพียงคนเดียวในตอนนั้น พี่ๆ เลยให้ความรู้เต็มที่ พวกพี่ๆ เค้าคงเห็นแววและความตั้งใจ ถามอะไรเกี่ยวกับเพลง พี่ตอบได้หมดเพราะเราฟังเพลงเยอะ พอฝึกงานเสร็จหลังจากนั้นอีก 2-3 เดือน พี่เค้าต้องการพนักงานคนใหม่ที่เข้ามาช่วยงานด้านดูแลศิลปิน เลยติดต่อมา ดีใจสุดๆ คิดในใจเค้าให้เกียรติเราขนาดนี้เลยเหรอ เป็นงานแรกในชีวิตที่ทำให้พี่ได้ตังค์ทั้งที่ยังเรียนไม่จบแต่มีงานทำแล้ว พี่ทำอยู่ค่าย Black Sheep ตั้งแต่ยุคต้นๆ ตอนนั้นก็มีวง Scrubb, The Peach Band,The Wanderer, Thaitanium, Monotone หลายๆวงอินดี้ในตอนนั้น เรียนจบปุ๊บ พี่เค้าเรียกเข้าไปทำงานประจำ เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มเข้ามาทำงานในวงการเพลงจนทุกวันนี้ พี่ทำงานสายงานเพลงมาเกือบ 10 ปีได้

ศิลปินกลุ่มแรก/คนแรกที่มาอยู่ภายใต้การดูแลของพี่คือใคร และตอนนั้นพี่รู้สึกยังไงบ้าง
ได้เริ่มออกงานจริงๆ ครั้งแรก คือ งานแถลงข่าวเปิดอัลบั้มของพี่ปราโมทย์ วิเลปะนะ แต่ที่ได้ร่วมงานจริงๆ จังๆ น่าจะเป็นวง Scrubb และก็มีวง Street Funk Rollers เป็นวงอินดี้ในตำนานอีกวงหนึ่ง เป็นการทัวร์ Concert ตามมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นค่ายเพลงเล็กๆ จะออกทัวร์ตามมหาวิทยาลัยเป็นหลักมากกว่า และอีกวงที่เราได้ร่วมงานแล้วดีใจมาก คือ วง Thaitanium

ดนตรีแนวไหนที่พี่แฟรงค์ชอบมากที่สุด และมีดนตรีแนวไหนที่พี่ยังไม่เคยทำ และอยากจะลองทำ
ถ้าแนวเพลงที่ชอบที่สุด คงเป็นแนว Pop Rock จริงๆ เป็นคนฟังเพลงได้ทุกแนว แต่ถ้าแนวเพลงที่อยากจะลองทำงานด้วยคงเป็นแนวเพื่อชีวิต อยากดูแลวงคาราบาวมาก วงคาราบาวเป็นอีกหนึ่งในความฝันถ้ามีโอกาสซักครั้งอยากที่จะได้ลองทำ อยากรู้ว่า ถ้าเราต้องเป็นคนดูแลศิลปินอย่าง วงคาราบาว มันจะเป็นยังไง ในระบบการทำงานจะเหมือนศิลปินวัยรุ่นรึเปล่า

คิดยังไงกับคำว่า พี่เป็น A&R ที่เท่มาก
ขอบคุณและขอบใจที่หลายๆคนให้เกียรติกับเรา คือปกติเราก็เป็นคนง่ายๆ สบายๆ แล้วด้วยความที่เราเป็นคนชอบแต่งตัวมั้ง เป็นคนชอบจับโน่นจับนี่มาผสมกัน Mix & Match ภาพลักษณ์เลยอาจจะออกมาอย่างที่เห็นกัน แต่จริงๆแล้วเราถนัดกับการเป็นคนเบื้องหลังมากกว่า

ช่วงที่พักจากงานดนตรี พี่แฟรงค์มีกิจกรรมอะไรบ้างครับ
เป็นคนชอบดูฟุตบอล ชอบสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชียร์มาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าเป็นสโมสรในเมืองไทย เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผูกพันกับฟุตบอลมาแต่เด็กๆ เป็นคนชอบอ่านหนังสือทุกอย่าง อัตชีวประวัติ หนังสือแต่งบ้าน การท่องเที่ยว และตอนนี้ที่กำลังชอบ คือ การปันจักรยาน ปั่นจักรยานทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง มีสมาธิมากขึ้น ได้ปั่นไปเจอสิ่งต่างๆ สองข้างทาง ซึ่งปกติถ้าเรานั่งรถ มันไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นได้ พอเราปั่นจักรยาน มันได้มิตรภาพ มันเหมือนเป็นสังคมที่คนไม่รู้จักกัน มาทักทายกัน ชอบความรู้สึกเวลาปั่นผ่านกันหรือจอดรถติดไฟแดง เราส่งยิ้มและทักทายกันโดนที่เราก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้เราอิ่มใจมาก สุขใจเล็กๆ ถ้าเรานั่งอยู่บนรถส่วนตัว คงไม่ได้ทักทายกัน คงมีแต่บีบแตรใส่กันด้วยความเร่งรีบ

ผมเคยได้ยินคำกล่าวของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ท่านบอกไว้ประมาณว่า
ดนตรีคือศิลปะที่มีอิทธิพลต่อผู้คนมากที่สุด พี่แฟรงค์คิดยังไงกับคำนี้

ดนตรีเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลายๆ อย่าง เพลงบางเพลงสามารถเปลี่ยนชีวิตคนบางคนได้ เนื้อหาบางเพลง เราสามารถเอาเนื้อหาเพลงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ มันทำให้เรามีพลังสู้และลุกขึ้นต่อ ถ้าวันใดที่คุณฟังเพลงแล้ว เพลงนั้นมันมีอิทธิพล มีความหมายกับคุณมาก นั่นแหละมันกำลังเปลี่ยนชีวิตคนๆหนึ่ง พี่มีความสุขที่ดนตรีสามารถเปลี่ยนเราได้ มีอิทธิพลต่อคนหลายๆ คนบนโลกนี้ ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ใช้สื่อสารกับคนทั่วโลกได้ แม้ว่าแต่ละคนจะพูดกันคนละภาษา และด้วยเสียงเพลงทำให้ทุกคนพูดภาษาเดียวกัน ได้มาเจอกัน ทุกวันนี้ที่พี่รู้จักคนหลายคน ก็ต้องขอบคุณเสียงเพลงที่มี ที่ทำให้เราพบกัน ได้รู้จักทีมงาน มีรายการมาสัมภาษณ์

กว่าจะปั้นศิลปิน
อย่างแรกเลย คือ ต้องเปิดใจให้กันและกัน เพราะแต่ละคนเกิดมาไม่เหมือนกัน สุดท้ายมันจะอยู่ที่การยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็นและสิ่งที่เราเป็น ปรับทัศนคติเข้าหากัน วิธีการทำงานของค่ายเป็นแบบนี้ ศิลปินพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันรึเปล่า ถ้าตรงกัน เราก็จะก้าวไปด้วยกัน ทำอะไรก็ง่ายไปซะทุกอย่าง มีคำๆ หนึ่งที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสอนพี่ไว้ เป็นคำที่จำฝังหัวเลยเวลาที่พี่จะคุยกับศิลปินใหม่ “ทำอะไรก็ได้แต่อย่าโกหกศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือแย่” ถ้าเค้าทำดีเราต้องยกย่อง สรรเสริญแต่อย่ายกตนจนเกินเหตุ แต่ถ้าเค้าทำผิด เราก็ต้องติเพื่อก่อ

แรงบันดาลใจที่เป็นจริงของพี่แฟรงค์เกิดขึ้นตอนมัธยม 3
พี่เป็นคนที่มีความฝันเยอะมาก ความฝันหนึ่งที่ตัวเองคิดว่า เราต้องทำให้ได้ คือ ทำงานในค่ายเพลง ตอนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 มันมีทางแยก เราจะเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต หรือ ศิลป์-คำนวณ ดีแต่เราตั้งใจไว้แล้วว่า อยากเรียนนิเทศศาสตร์ เราเลยเลือกเรียนศิลป์-คำนวณ ซึ่งในการตัดสินใจตอนนั้น พ่อแม่เราก็เห็นแย้งเพราะคิดว่า เหมือนอาชีพเต้นกินรำกิน ดูไม่มีอนาคต อยากให้เป็นหมอ เป็นวิศวกร แต่เรารู้หัวใจตัวเองแล้วว่า หัวเราไม่ไปทางนั้น มันไม่ใช่ตัวของเราเลย ถ้าเราทำตามความฝันของพ่อแม่ แต่สุดท้ายมันไม่ตอบโจทย์ความต้องการของหัวใจ ก็ตัดสินใจเลยว่า ซักวันหนึ่งเราจะทำให้เค้าเห็นว่า อาชีพนี้สามารถเลี้ยงตัวเราเองได้ ทุกวันนี้เราดีใจที่ได้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคตรงนั้นมาได้ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมามากมาย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด ไม่เคยคิดว่า ตัวเองเก่ง มีความสามารถ เพราะเราเห็นรุ่นพี่ทุกคนที่เค้าผ่านมาในวงการเพลงหลายๆคน มีประสบการณ์ที่เยอะกว่าเราอีกตั้งมากมาย แต่การเดินทางของพี่มันเหมือนยังมาแค่ครึ่งทาง ซึ่งในวงการนี้มีอะไรให้เราได้เรียนรู้อีกเยอะ
มีทั้งล้มและลุก ท้อได้แต่อย่าถอย จะบอกตัวเองอย่างนี้มาตลอด ตอนนี้ประสบการณ์พี่ยังน้อยมากถ้าเทียบกับอีกหลายคนแต่เราพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

เหตุการณ์ประทับใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการเป็น A&R มีอะไรบ้างครับ
ได้ทำงานกับศิลปินที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้มาดูแล วันหนึ่งเราแค่เป็นคนธรรมดา เด็กบ้านนอกที่อยู่ต่างจังหวัด วันหนึ่งเรายังมองศิลปินวงนี้เป็นไอดอลอยู่เลย
อยู่ๆ วันหนึ่งเราก็ได้ทำงานกับเค้า คือมันมีความสุขมาก มีอยู่วงหนึ่งที่พี่รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ร่วมงาน คือ
วง Moderndog พี่คิดว่าวงของพวกพี่เค้าเป็นวงดนตรีที่เป็นไอดอลของเด็กไทยหลายๆคน
อีกวง คือ วง Scrubb เพราะเราชอบผลงานเพลงของวงนี้อยู่แล้ว เป็นไอดอลยุคใหม่สำหรับเด็กยุคนั้น
เคยฝันว่า อยากร่วมงานกันกับศิลปินวงนี้และฝันก็เป็นจริง
จะมีซักกี่คนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรักกับศิลปินวงโปรดที่เราชื่นชอบ เลยทำให้รู้สึกดีเมื่อนึกถึงมัน

มีเหตุกาณ์อะไรที่พี่แฟรงค์รู้สึกว่า เฮ้ย เราต้องมองอะไรใหม่ๆ เราจะมองแบบเดิมไม่ได้ละ
อยากให้มีพื้นที่มากพอกับวงดนตรีวงเล็กๆ ทุกวันนี้ค่ายเพลงมีเด็กเก่งๆ ฝีมือดีๆ ขึ้นมาเยอะมาก การแข่งขันสูงมาก ศักยภาพของแต่ละค่ายสามารถรับศิลปินได้จำนวนจำกัด ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้กว่าที่ศิลปินวงหนึ่งจะมีชื่อเสียงได้ มันต้องมีหลายอย่างมาคอยสนับสนุน ทั้งสื่อ แฟนเพลง แต่วงเล็กๆ ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เป็นเรื่องยากมากสำหรับวงดนตรีวงเล็ก เค้าจะโตแต่โตไม่สุด
ในอนาคตอยากให้เมืองไทยมีพวกสื่อต่างๆ ที่ยอมรับศิลปินรุ่นใหม่ พี่เชื่อว่า ในเมืองไทยมีศิลปินดีๆ
เยอะมาก แต่มันไม่มีพื้นที่ที่มากพอ อยากให้มีพื้นที่เพื่อให้น้องๆ นักดนตรีต่อยอดงานสายดนตรี ไม่เฉพาะนักดนตรีเท่านั้น อาจจะรวมถึง Producer นักแต่งเพลง อยากให้ Community แบบนี้เกิดขึ้น
อยากเห็นวันหนึ่งพวกเค้าประสบผลสำเร็จโดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่เค้าเริ่มสร้างมา
เป็นความฝันที่คิดอยู่เพราะว่า ทุกวันนี้น้องๆ นักดนตรีที่ส่ง Demo มาเยอะมากแต่เราไม่สามารถประคองความฝันทุกคนได้หมด คือมันเห็นความตั้งใจของน้องๆ

ธุรกิจวงการเพลงในปัจจุบัน

รายได้หลักของศิลปินตอนนี้มาจากการแสดงสด CD เพลงตอนนี้เหมือนกับของ Premium เป็นของสะสมของคนรักในตัวศิลปินมากกว่า เพลงไหนดังก็จะมียอด Digital Download สูงๆ สามารถทำเงินให้ศิลปินได้ แต่ถามว่า เพลงทุกเพลงจะดังได้หมดไหม คำตอบ คือ ไม่ใช่ เพลงดีย่อมเป็นส่วนสำคัญในวงการเพลง แต่ถ้าเพลงดีและไม่มีการสนับสนุน ไม่มีการกระจายตามสื่อต่างๆ แฟนเพลงไม่ได้ตามไปดูโชว์ ก็เกิดยาก ถ้าเพลงไหนติดชาร์ต ศิลปินก็จะมีงานเข้ามาเรื่อย Concert งาน Event ต่างๆ เข้ามา คือ มันสามารถทำให้ศิลปินวงหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย ก้าวขึ้นมาและต่อยอดได้ ทุกวันนี้ค่ายเพลงเยอะมากแต่ศิลปินที่จะดังและสามารถต่ออายุ ยืนได้นานๆ ต้องใช้เวลาพิสูจน์ค่อนข้างนาน

A&R มีส่วนผลักดันผลงานเพลงของศิลปิน
มีครับ เช่น ศิลปินวงนี้สามารถต่อยอดงานเพลงได้ไหม เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่งเพลงโฆษณา ประกอบหนัง ประกอบละคร เพลงของเราถูกกับ Product ตัวไหนแล้วภาพลักษณ์ของศิลปินไม่เสีย ทาง A&R จะเป็นคนดูภาพรวมให้เหมือนกัน และก็มีทางทีมฝ่าย Marketing ที่ช่วยกันดู เพลงทุกเพลงทำมา เราก็อยากให้มีคนฟังให้มากที่สุด ไม่อยากให้เพลงของเราจำกัดแค่คนกลุ่มเล็กๆ

Frank นัฐพงษ์ สุทธิวิรีสรรค์, A&R, ผู้คัดสรรและพัฒนาศิลปิน, believe records, undomag.com, undomag, undomagazine

อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในการเป็น A&R ครับ
การที่เราได้อยู่กับเสียงเพลงที่เราชื่นชอบและศิลปินที่เราชื่นชม เป็นความรู้สึกที่น้อยคนจะได้รับโอกาสแบบนั้น แต่เราได้มีโอกาสมายืนตรงจุดนี้ เราได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทางเดินของน้องๆ นักดนตรีตั้งแต่วันแรกที่เค้าไม่มีอะไรเลยจนกระทั่งวันหนึ่งที่เค้าประสบความสำเร็จ มันเปรียบเสมือนเป็นอาชีพครู แต่ถ้าเพลงวงหนึ่งจะดีได้ มันขึ้นอยู่กับการสนับสนุนหลายๆ อย่าง ทั้งศิลปิน ทั้งค่ายเพลง อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกโชคดี คือ ได้เจอแฟนเพลงที่น่ารักหลายคน คนที่พร้อมจะฟังเพลง และพร้อมจะไปดูโชว์ของพวกเรา

Interviewed by EddyJam Undomag
Photo by Pattapol Bualombai

Download –> UNDO Magazine
Youtube –> UNDO Magazine

Editor in Chief – UNDO Magazine

Related posts:

อาจารย์ นภพงศ์ กู้แร่ | นิทานสอนคนตาบอด
Canoon - the king of uke - ukulele
หมอฟ้า | โครงการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก
The Duang (เดอะดวง)
ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ | Cee Me Again
อานนท์ ธิติประเสริฐ World Latte Art Championship (Ristr8to)
ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ กับเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาสิ่งแวดล้อม
Lula : ลุลา กันยารัตน์ ติยะพรไชย
ละอองฟอง : Wind up city
Iannnnn : f0nt.com & fail.in.th
SRINLIM - ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์
Computer arts and me : เรื่องเล่าดีๆ จากผู้หญิงที่มีชื่อว่า ณัฐจรัส เองมหัสสกุล
ฮิกาซีน
ทรงกลด บางยี่ขัน : บ.ก. aday
วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล : พื้นที่ชีวิต

Comments

comments