ครูพายุ, ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม, undomag.com, undomagazine, undomag

อาจไม่ใช่คำพูดที่ดูเกินจริง หากจะบอกว่ากีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาชนิดเดียวที่ถ้าไม่เป็นแล้วเสียชีวิต เพราะเมื่อลองมองดูสถิติที่ว่าเด็กไทยจมน้ำตายปีละ 1,500 คน จะเห็นว่าภัยจากการจมน้ำนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น นับเป็นภัยอันดับต้นๆที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราก็คงไม่อยากให้คนที่เรารักต้องจากไปเพราะภัยชนิดนี้
แค่คนธรรมดาอย่างพวกเราเวลาจมน้ำ หากว่ายน้ำไม่เป็น ก็ช่วยเหลือตัวเองลำบากแล้ว แต่ลองมองอีกมุมหนึ่งว่า แล้วถ้าคนพิการ หูหนวก ตาบอด หรือร่างกายผิดปกติช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อพวกเขาจมน้ำแล้วจะเป็นอย่างไร และนี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับ “ครูพายุ ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม” ครูหนุ่มอดีตนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนทีมชาติ จากจังหวัดเชียงใหม่ ริเริ่มโครงการสอนว่ายน้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการกลุ่มต่างๆ ด้วยความเชื่อที่ว่า หายนะจากการจมน้ำ เกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหน และไม่เว้นแม้แต่คนปกติและคนพิการและวันนี้เราจะมาฟังเขาบอกเล่าเรื่องราวถึงที่มาที่ไป และแรงบันดาลใจที่เขาอยากส่งต่อให้กับทุกๆคน

จุดเริ่มต้นมาสอนไว้น้ำได้อย่างไร
พี่เคยเป็นครูสอนว่ายน้ำเด็กปกติมาก่อน พี่เริ่มต้นครั้งแรกในการสอนเด็กปกติว่ายน้ำ แต่พื้นฐานที่มาสอนว่ายน้ำได้เพราะว่าเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนทีมชาติไทย เริ่มสอนว่ายน้ำเพราะเหตุผลเดียวก็คือว่า อยากมีรายได้ระหว่างเรียน ในช่วงแรกก็เลยสอนเด็กปกติ

แล้วเริ่มมาสอนว่ายน้ำให้กับเด็กพิเศษตอนไหน
หลังจากนั้นก็มีผู้ปกครองท่านหนึ่งพาเด็กพิเศษมาให้พี่สอนว่ายน้ำ ทราบภายหลังว่าเป็นออทิสติก ตอนนั้นคุณแม่บอกว่าน้องคนนี้เป็นออทิสติกแต่ตอนนั้นตัวพี่เองก็ไม่รู้ว่าออทิสติกคืออะไร ตอนนั้นเข้าใจความหมายเดียวว่า เด็กออทิสติกคือเด็กปัญญาอ่อนแน่เลย ไม่มีความสามารถในการเรียน หรือเด็กพิการ นี่คือในความเข้าใจในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นก็เลนเริ่มต้นตัดสินใจค่อยๆศึกษาว่าออทิสติกคืออะไร ก็เลยไปเจอศักยภาพบางอย่างภายหลังว่า เด็กออทิสติกบางคนมีความสามารถเยอะ อย่างน้องที่สอนเนี่ย มีความสามารถในการจำหมายเลขทางหลวงประเทศไทยได้ ด้วยก็เลยตัดสินใจศึกษาเรื่องออทิสติกเป็นครั้งแรก

สอนมาแล้วกี่ปีครับ
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ปีที่ 6 จากการเรียนรู้ในเรื่องเด็กออทิสติกแล้วก็เด็กพิการกลุ่มอื่นๆด้วย

แล้วมาสอนเด็กออทิสติกแบบจริงจังตอนไหน
โดยทั่วไปแล้วต้องยอมรับก่อนว่าใน 60 ล้านคน เด็กพิการมีแค่บางจำนวน คือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็ณ ซึ่งถือว่าน้อยมาก มีเด็กพิการไม่เยอะ พอมีเคสเด็กออทิสติกท่านนั้นแล้ว ก็เริ่มมีการสื่อสารแบบปากต่อปากในหมู่ผู้ปกครองว่าครูคนนี้สอนเด็กออทิสติกได้ ก็เริ่มมีนักเรียนจากภายนอกเข้ามาเรียนว่ายน้ำเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลเดียวก็คือว่าผู้ปกครองเด็กออทิสติกไม่สามารถหาครูสอนว่ายน้ำเด็กออทิสติกได้ เพราะว่าครูส่วนใหญ่มักจะเลือกสอนแต่เด็กปกติ เพราะว่ามันง่ายกว่า เป็นกลุ่มแล้วก็ทำเงินได้เยอะกว่า ซึ่งครูสอนว่ายน้ำเด็กออทิสติกในตอนนั้นเนี่ย ยังไม่มีใครประกาศตัวออกมาอย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นครูสอนว่ายน้ำด้านเด็กพิเศษ พอมีคนทราบแบบนี้ คนก็เลยเริ่มอยากเข้ามาเรียนว่ายน้ำมากขึ้นที่เป็นเด็กพิเศษเนี่ยครับ

ครูสอนว่ายน้ำสำหรับเด็กพิเศษคือหายากมาก?
คือจะบอกแบบนี้ว่า ถ้าจะมาสอนว่ายน้ำเด็กออทิสติก ต้องมีศาสตร์อยู่ประมาณ 2-3 ศาสตร์ ศาสตร์แรกคือ ศาสตร์แห่งการสอนว่ายน้ำ ซึ่งผมต้องบอกแบบนี้ครับว่า ในประเทศไทยเองไม่ได้มีคณะทางด้านว่ายน้ำโดยเฉพาะ คณะที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือ ด้านพละศึกษา แต่ว่าว่ายน้ำในวิทยาลัยพละหรือสถาบันอื่นๆเนี่ย ก็จะมีกีฬาว่ายน้ำแทรกอยู่ 2-3 ตัวเท่านั้น คือมีนิดหน่อย ไม่ได้มีเยอะ มี 6 หน่วยกิจ มี 10 หน่วยกิจ ซึ่งถามว่าเฉพาะทางด้านว่ายน้ำมีไหม ในสาขานี้จริงๆแบ่งแยกออกมายังไม่มี ซึ่งตรงข้ามกับสาขาอื่นๆอย่างวิศวะกร ประเทศไทยมีสาขาทางด้านวิศวะกร จบมาพร้อมทำงาน แต่ว่ายน้ำไม่ใช่ ว่ายน้ำก็ต้องมาหาครูสอนว่ายน้ำ ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีเฉพาะทางด้านนี้ อันนี้คือข้อหนึ่งที่ยากแล้วนะครับ แต่ที่ครูสอนว่ายน้ำที่เราเห็นกันเยอะแยะเนี่ย เพราะสอนด้วยประสบการณ์ทั้งสิ้น
อันที่สอง นอกจากศาสตร์ทางการสอนว่ายน้ำเป็นแล้ว ยังต้องมีศาสตร์แห่งการศึกษาพิเศษ การเรียนรู้เรื่องเด็กพิการ ซึ่งต้องเอามาบูรณาการเอง อย่างผมเองก็ยอมรับว่าไม่ได้จบด้านว่ายน้ำมาโดยตรง เพราะเป็นแค่นักกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งในต่างประเทศจะมีสาขาการว่ายน้ำโดยตรง ในเมืองไทยก็นับว่าค่อนข้างจะจำกัด เพราะฉะนั้นการสอนว่ายน้ำในเด็กพิการยังแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ ถ้าหมายถึงในเรื่องของการตรงสายจริงๆ

เด็กพิการกลุ่มต่างๆที่มาเรียนว่ายน้ำต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
การสอนว่ายน้ำในเด็กพิการมีสองประเภท ประเภทแรกคือ เด็กออทิสติก ในเด็กออทิสติกเนี่ยการเรียนว่ายน้ำ การเรียนการสอนจะต้องเป็นPrivate Class หรือเรียนเดี่ยว เพราะเราซีเรียสเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการเรียนเดี่ยวคือ นักเรียน 1 คน ต่อครู 1 คน ถ้าเด็กมา 5 คน ก็ต้องใช้ครู 5 คน ซึ่งผมเนี่ยจะทำฟรี แต่ในครูอีกหลายท่านก็ต้องมีค่าใช้จ่ายให้เขา ดังนั้นการเรียนว่ายน้ำในเด็กออทิสติกยังจำเป็นต้องเป็นการเรียนแบบมีค่าใช้จ่าย
ตรงกันข้ามในเด็กพิการบางกลุ่ม เช่น ในเด็กตาบอด ซึ่งสมองปกติ สามารถเรียนกันเป็นกลุ่มได้ เราก็จะทำโครงการเป็นการกุศลขึ้นมา เรียน 3- 6 เดือน เด็กร่างกายพิการก็ทำโครงการขึ้นมา เหล่านี้ครับเป็นการกุศลในเด็กพิการกลุ่มอื่นๆ แต่ในเด็กออทิสติกยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพราะมีเรื่องของการจ้างครูขึ้นมา

ครูพายุ, ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม, undomag.com, undomagazine, undomag

ความแตกต่างในการสอนเด็กแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร
แตกต่างค่อนข้างเยอะครับเพราะว่า ในเด็กออทิสติกเนี่ย เราต้องบอกว่าเป็นความพิการกลุ่มเดียวที่มีความพิการทางด้านสมอง ซึ่งการทำงานอะไรต่างๆมันต้องใช้สมองเป็นหลักถูกไหมฮะ เพราะฉะนั้นเด็กออทิสติกเนี่ยจะมีปัญหาเรื่องการฟังคำสั่ง ถ้ามีปัญหาเรื่องการฟังคำสั่ง ความยากมันจะเกิดขึ้นทันที แต่ตรงกันข้ามกับในเด็กพิการกลุ่มอื่นๆ เช่น ตาบอด ร่างกายพิการ แขนขาขาด รวมถึงเด็กหูหนวก ถึงเขาจะร่างกายพิการแต่สมองปกติ การฟังคำสั่งก็ยังเป็นเรื่อง่าย เช่น ผมบอกให้หยุด บอกให้นั่ง เขาก็ทำปกติ เพราะฉะนั้นเด็กพิการกลุ่มอื่นๆจะไม่มีความยากในเรื่องการฟังคำสั่ง แต่จะมีความยากในแต่ละด้านเช่น เด็กตาบอดอาจจะมีเรื่องของระบบการทรงตัว ในเด็กร่างกายพิการอาจจะมีปัญหาในเรื่องการใช้กล้ามเนื้อทดแทน เช่น บางคนกล้ามเนื้ออ่อนแรงข้างซ้าย จะทำอย่างไรให้เขาว่ายน้ำได้ ก็ต้องเอากล้ามเนื้อส่วนอื่นๆมาทดแทน ดึงแขนขวาให้หนักขึ้นอย่างนี้ครับ
ซึ่งถ้าถามผมว่าอะไรยากที่สุด ก็ต้องตอบว่าเด็กออทิสติกยากที่สุดครับ เพราะว่าเด็กอออทิสติกคาดการณ์ไม่ได้ ว่าจะต้องเป็นภายในระยะเวลาเท่าไร อย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เพราะออทิสติกเนี่ย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายนอกพอสมควร แต่ผมต้องเรียนก่อนนะครับว่าการว่ายน้ำเป็นเพียงแค่อีกช่องทางหนึ่งในการเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ได้รักษา ผู้ปกครองหลายคนโทรมาถามว่า คุณครูสามารถรักษาเด็กออทิสติกโดยใช้น้ำได้จริงหรือเปล่า ผมตอบเลยว่าไม่จริงครับ ผมเป็นแค่ครูสอนว่ายน้ำธรรมดา ที่เอาน้ำมาช่วยเด็ก ช่วยในเรื่องบางเรื่อง เช่น Physical ช่วยแค่ให้ร่างกายเด็กแข็งแรง แล้วก็ให้เด็กว่ายน้ำเป็น แต่การบำบัดเกิดขึ้นทางอ้อม ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศมันมีอยู่แล้ว แต่ว่าเราพูดไม่ได้เต็มปากครับ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นนักบำบัด

การว่ายน้ำเหมือนเป็นตัวช่วยเขาทางหนึ่ง
เป็นการช่วยทางอ้อมถูกต้องครับ ในเด็กออทิสติกเนี่ย จะมีปัญหาในเรื่องของการทรงตัว ว่ายน้ำก็จะข้าไปช่วยในเรื่องของการทรงตัวครับ อย่างเช่น การทำท่าปลาดาว ถ้าทำไม่ได้ก็แสดงว่าระบบการทรงตัวร่างกายไม่ดี เขาก็จะไม่สามารถบาลานซ์ตัวได้ ถ้าเขามีปัญหาเรื่องสหสัมพันธ์ เขาก็จะเตะขาฟรีสไตล์ไม่ได้ ถ้าเราฝึกจนเขาเตะขาฟรีสไตล์ได้ ก็เท่ากับสหสัมพันธ์ดีขึ้นนั่นเองครับ

กีฬาว่ายน้ำมีความสำคัญมากแค่ไหน
ที่ผมมักจะพูดเสมอๆครับว่า กีฬาว่ายน้ำเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ถ้าไม่เป็นแล้วเสียชีวิต กีฬาอื่นเนี่ยไม่เป็นแล้วไม่เสียชีวิต บอลเตะไม่เป็นแล้วไม่ตาย บาสเล่นไม่เป็นก็ยังไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่ว่ายน้ำเนี่ยถ้าไม่เป็นแล้วมันถึงแก่ชีวิต เพราะฉะนั้นรัฐบาลเลยประกาศครับว่า ให้กีฬาว่ายน้ำเป็นวิชาบังคับของระบบการศึกษาไทย เพราะว่าในปีหนึ่งๆเด็กไทยจมน้ำเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเจออุทกภัยบ่อยมาก ผมไม่ได้สำรวจแบบเป็นจริงเป็นจังนะครับ แต่เรามองสภาพการณ์ในประเทศไทย เราเจอปัญหาเรื่องอุทกภัยบ่อยมาก ผมว่าว่ายน้ำเป็นสิ่งจำเป็นเลยล่ะครับ

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ควรเรียนว่ายน้ำไม่เว้นแม้แต่คนปกติแบบเรา
มีโครงการหนึ่งที่ผมสอนว่ายน้ำให้กับเด็กหูหนวก ผมไปประกาศปาวๆครับว่า เด็กหูหนวกตะโกนไม่ได้ ถ้าจมน้ำแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนคำพูดแล้วครับ คนปกติถ้าน้ำเข้าปากแล้วจะทำอย่างไร ก็อย่าว่าแต่พูดได้เลยครับ พอจมน้ำปุ๊ปแค่น้ำท่วมปากก็จบ ไม่สามารถตะโกนได้แล้ว เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องเรียนทุกคนไม่ใช่แค่เด็กพิการครับ

โครงการสอนว่ายน้ำให้กับเด็กพิการกลุ่มต่างๆนี่เริ่มด้วยตัวเองทั้งหมดเลย?
ใช่ครับ ผมก่อตั้งเอง เริ่มเอง คอนแทคเอง จากโนเนมไม่มีใครรู้จัก ผมก็เริ่มต้นจากการเข้าไปคุยกับผอ.โรงเรียนว่าอยากจะมีโครงการในเรื่องของเด็กพิการทางการได้ยิน เด็กตาบอดผมก็เข้าไปคุยกับโรงเรียน เพื่อทราบถึงปัญหาของเด็กว่าคืออะไร เงินก้อนแรกก็ขอบริจาคจากผู้ปกครองเด็กออทิสติกที่ผมสอนครับ เอาไปช่วยเด็กพิการกลุ่มอื่นๆ เพราะผู้ปกครองเด็กออทิสติกบางส่วนก็พอจะมีรายได้ พอมีฐานะ ก็เอาเงินจากผู้ปกครองกลุ่มนี้ ไปช่วยเด็กพิการบางกลุ่ม เช่น เด็กหูหนวก เราไม่ได้เงินซัพพอร์ทจากองค์กรไหน ก็ใช้วิธีการขอบริจาคในช่วงแรกๆครับ

ครูพายุ, ณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม, undomag.com, undomagazine, undomag

แบบนี้มีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง กว่าแต่ละโครงการจะสำเร็จได้
ปัญหาของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินสนับสนุนครับ แต่ผมว่ามันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงมือทำครั้งแรก อุปสรรคมันค่อนข้างเยอะนะครับ ทั้งคนต่อต้าน สั่งให้หยุดก็ดี บอกว่าไม่ต้องทำต่อก็ดี เพราะว่าโครงการเหล่านี้ทำแล้วไม่ได้ประโยชน์ ผมต้องเรียนก่อนนะครับว่า ที่บ้านผมก็ไม่ได้มีฐานะ เพื่อนๆหลายคนก็บอกว่าทำไมไม่หยุด แล้วก็ออกไปหาอาชีพอย่างอื่นๆทำ ทำไมต้องมาทำแบบนี้ด้วย เพราะฉะนั้นอุปสรรคก็จะเป็นเสียงจากคนรอบข้างมากกว่า ที่เขาไม่ได้สนับสนุนในช่วงแรก

แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจหรือเป็นกำลังใจให้เราทำต่อไป
ถามว่าเป็นแรงบันดาลใจหรือเปล่า ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นกับตัวผมเองมากกว่า หลังจากที่เริ่มศึกษาเรื่องออทิสติกจริงๆจังๆ ก็เลยได้มีโอกาสได้ไปรู้จักกับหมอของเด็กออทิสติก ก็คือนักกิจกรรมบำบัด ได้นั่งพูดคุยแล้วก็ได้นั่งลิสต์รายชื่อจนทราบความผิดปกติของตนเองในตอนเด็ก ว่าผมเคยมีภาวะของ ADHD คือภาวะของเด็กสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง จนเรียกว่ามันเป็นโรคเลย ซึ่งมันสามารถรักษาได้ แต่ตอนนั้นการแพทย์ยังไม่พัฒนา ผมก็เลยไม่ได้โดนบำบัด แต่ว่าคุณพ่อพาไปว่ายน้ำ ผมก็เลยดีขึ้นกับน้ำ ผมเลยคิดว่าถ้าน้ำทำให้ผมดีได้ ก็น่าจะดีกับเด็กพิการกลุ่มอื่นๆด้วย ก็เลยเป็นโครงการและที่มา แล้วเป็นแรงบันดาลใจว่าผมอยากจะส่งต่อความรู้สึกเหล่านี้ให้กับเด็กพิเศษและอยากส่งต่อให้กับเด็กพิการเหมือนกัน เพราะว่าถ้าผมดีได้ เขาก็น่าจะดีได้

ประสบการณ์หลายปีมานี้ การสอนว่ายน้ำให้อะไรกับเราบ้าง
สิ่งที่ให้กับผมอันดับแรกคือ ทำให้ได้รู้จักกับคนมากขึ้น รู้จักผู้ใหญ่มากขึ้น อันที่สองทำให้รู้จักเด็กพิการมากขึ้น และได้เรียนรู้ชีวิตเขามากขึ้น รู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไร และอะไรคือวิธีการแก้ไขปัญหาในการว่ายน้ำของเด็กพิการกลุ่มต่างๆ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือเรามีโอกาสได้ถ่ายทอดวิชาให้กับคนรุ่นหลัง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ผมกำลังทำตอนนี้คือ การพยายามไปทำโครงการในต่างจังหวัด เพื่อให้ครูในพื้นที่ได้มีโอกาสสอนเด็กพิการให้ว่ายน้ำเป็น ซึ่งทุกครั้งที่ผมเดินทางผมจะไม่เอาครูในทีมผมไปเลย ผมก็จะไปหาครูในท้องที่เพื่อจะสอนว่ายน้ำ นั่นก็หมายความว่า ถ้าไม่มีผม ในอนาคต ถ้ามีงบประมาณเขาก็สามารถทำเองได้

เป็นการไปส่งต่อความรู้
แต่ก็ต้องเรียนก่อนว่าสิ่งที่ผมมอบให้เป็นประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ประสบการณ์ในห้องเรียน ไม่ได้เป็นประสบการณ์จากหนังสือ แต่เป็นประสบการณ์ตรงที่ผมพยายามลองผิดลองถูก จนประสบความสำเร็จแล้วก็ได้ทำให้เด็กว่ายน้ำเป็น ซึ่งเป้าหมายของครูสอนว่ายน้ำ คือ ผมเชื่อว่าเรามีเป้าหมายเดียวกันครับ คือให้เด็กว่ายน้ำเป็น ซึ่งผมว่าผลลัพธ์อันนี้อันเดียวก็น่าจะเพียงพอ

มีอะไรอยากจะฝากบอกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมบ้างครับ
คนแรกที่อยากจะบอกก่อนก็คือเพื่อนๆของผม เพื่อนๆของผมอีกพันๆหมื่นๆคน คือ ครูสอนการศึกษาพิเศษ หรือครูสอนเด็กพิการ ผมเชื่อครับว่าการสอนเด็กพิการไม่ใช่เรื่องสนุก แล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัย เพราะว่าการอยู่กับเด็กพิการ นอกจากจะเกิดความยากลำบากแล้ว ยังต้องใช้ความรัก การสอนเด็กพิการ อย่าทำเพราะความสงสาร เพราะถ้าทำเพื่อความสงสารแล้วเราจะทำกับเขาได้ไม่นาน ถ้าอยากจะช่วยเหลือเค้าให้ช่วยเหลือเพราะความรักที่อยากจะทำจริงๆ เราจะอยู่กับเขาได้ตลอดชีวิต
ซึ่งมีครูศึกษาพิเศษอีกหลายพันคนที่ปิดทองหลังองค์พระปฏิมาอยู่ หลายคนได้ทุ่มเทชีวิตให้กับเด็กพิการ แน่นอนครับว่าค่าตอบแทนเนี่ยแสนจะน้อยนิดกับสิ่งที่เขาทำ ผมอยากให้เค้าอดทนครับ เพราะเราต้องโชว์ศักยภาพให้ดูครับว่าประเทศที่กำลังพัฒนาแบบเราก็สนใจเด็กพิการ เพราะในต่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เขาให้ความสำคัญกับเด็กพิการมาก ถ้าเราอยากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นกัน เราก็ต้องดูแลและใส่ใจเด็กพิการเช่นเดียวกัน
ผมก็อยากจะฝากไปถึงผู้ใหญ่ข้างบนครับว่า วันนี้เด็กพิการมีศักยภาพเยอะมาก แต่เขาขาดสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าโอกาส ถ้าเขาไม่มีโอกาส เขาก็ไม่สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ ถ้าผมไม่มีโอกาส ก็มาเป็นผมแบบวันนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นโอกาสสำคัญที่สุด ผมว่าเราเปิดเวทีแล้วก็ให้โอกาสเขา เขาจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ครับ

ตอนนี้มีโครงการอะไรบ้างที่จะทำในอนาคต
แพลนใน 5 ปีคือการออกต่างจังหวัด แล้วก็ไปตามหัวเมืองต่างๆ ปีที่แล้วผมไปขอนแก่น ปีหน้าอาจจะไปโคราช พิษณุโลก ภูเก็ต หรืออื่นๆตามมา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แพลนไว้ แต่ว่าที่แพลนไว้ก็คือออกต่างจังหวัดปีละ 1 ครั้ง เพื่อไปสร้างสรรค์ ไปช่วยเหลือแล้วก็ไปถ่ายทอด ผมก็ยังไม่มีองค์กรเหมือนเดิม ยังคงทำคนเดียวเหมือนเดิม ก็ยังต่อสู้เหมือนเดิม แล้วก็คงยังพยายามเหมือนเดิม คงยังไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีองค์กร เรายังจำเป็นต้องทำอยู่ แต่ผมก็พยายามที่จะไปร่วมมือกับองค์กรต่างๆครับ เพื่อทำให้งานมันง่ายขึ้นครับ

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียนคณะอะไรครับ
ผมเรียนจบคณะการสื่อสารมวลชน สาขาด้านประชาสัมพันธ์และโฆษณา

แทบไม่เกี่ยวกับการว่ายน้ำเลย
จริงๆไม่เกี่ยวเลยครับ แต่โชคดีที่ผมเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ก็เลยสามารถผันมาได้ เพราะว่าช่วงนั้นสำรวจตัวเองว่าเก่งอะไรบ้าง ก็ปรากฏว่าไม่ได้เก่งอะไรเลย วิชาการก็ไม่เก่ง อย่างเดียวที่ทำได้คือ ว่ายน้ำ ก็เลยตัดสินใจเป็นครูสอนว่ายน้ำ

เคยมีอาชีพในฝันอย่างอื่นบ้างไหม
ผมมีอาชีพในฝันเยอะมากๆ ผมทำอาชีพมาแล้วทั้งหมด 16 อาชีพ ก่อนที่จะมาเป็นครูสอนว่ายน้ำ แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย ผมเริ่มทำงานครั้งแรกตอนอยู่ ม.5 ตั้งแต่ขายของ ทำงานสารพัดเลยครับ แต่อาชีพในฝันที่อยากทำจริงๆก็คือสจ๊วต แต่ผมติดปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี ก็เลยเป็นไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจมาเป็นครูสอนว่ายน้ำเพราะตัวเองว่ายน้ำเป็น อาชีพในฝันก็คือสจ๊วต แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วครับ เรามาเป็นครูสอนว่ายน้ำดีกว่า

www.krupayuswim.com

photo & interview by atom

Download –> UNDO Magazine
Youtube –> UNDO Magazine

Editor in Chief – UNDO Magazine
ชอบการท่องเที่ยว ดนตรียุค 90’s เก็บตกความเปลี่ยนแปลงของโลก

Related posts:

Comments

comments